เรือคราม....ภาพจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
เมื่อ 6 -7 ปีก่อน....ในวงการดำน้ำไทยได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องความต้องการแหล่งเรือจมใหม่ๆที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ซึ่งได้มีผู้เสนอว่า "พัทยา" น่าจะเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดที่จะจมเรือ..เครื่องบิน...รถถัง....และเรื่อยเปื่อยไปจนถึงรถไฟและรถยนต์ เพื่อให้พัทยากลายเป็นจุดดำน้ำที่จะดึงดูดนักดำน้ำทั้งไทยและเทศให้มาเยือนทะเลด้านอ่าวไทยตะวันออกกันมากขึ้น
ในที่สุด.....เรื่องมาสรุปลงที่น่าจะขอเรือรบหลวงที่ปลดประจำการแล้วจากกองทัพเรือที่มีอยู่หลายลำเพื่อนำมาจมแถวๆเกาะไผ่ที่เป็นเขตทหารเรืออยู่แล้ว และสมควรจะทำเป็นพิพิธภัณฑ์ใต้ทะเลของกองทัพเรือเสียเลย ซึ่งจะทำให้ไม่เสียความรู้สึกของทหารที่เคยประจำการอยู่บนเรือนั้นๆ เพราะยังได้ใช้ประโยชน์จากเรือที่เขารัก ดีกว่าจอดอยู่ในน้ำหรือขึ้นคานไว้เฉยๆให้ผุพังไป หรือถูกขายไปเป็นเศษเหล็ก
ทางเมืองพัทยาก็เห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้ จึงได้เสนอเรื่องให้กองทัพเรือพิจารณา การประชุมเจรจาร่วมกันจึงได้เริ่มขึ้น และข้อตกลงมาจบลงตรงที่ทางเมืองพัทยาจะดำเนินการร่วมกับกองทัพเรือนำอดีต "เรือหลวงคราม" ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดกว้าง 10.35 เมตร ยาว 61.05 เมตร และได้ปลดประจำการแล้วเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2545 มาจมลงที่บริเวณเกาะไผ่ด้านตะวันออก ไม่ไกลจากเกาะล้านและเกาะสากของเมืองพัทยานัก
เรือคราม หรือก่อนปลดประจำการคือ เรือหลวงคราม ลำนี้ เดิมเคยเป็นเรือ USS LSM-469 ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดกลาง หรือ Landing Ship Medium ของสหรัฐอเมริกา ที่มีการวางกระดูกงูเรือเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2488 ที่อู่ต่อเรือในเมืองฮุสตัน รัฐเท๊กซัส และขึ้นระวางประจำการในวันที่ 17 มีนาคม 2488
USS LSM-469 มีเกียรติประวัติผ่านการปฏิบัติหน้าที่ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มาแล้ว และเมื่อรัฐบาลไทยได้รับมอบเรือลำนี้จากรัฐบาลสหรัฐฯ ในโครงการช่วยเหลือทางทหาร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2505 แล้วนั้น เรือลำนี้ได้มีโอกาสรับใช้ประเทศชาติของไทยเราเป็นเวลาถึง 40 ปี ก่อนที่จะถูกปลดประจำการ

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2546....เรือครามได้กลับมารับใช้ทะเลไทยอีกครั้ง ด้วยการถูกนำลงสู่ก้นทะเลบริเวณร่องน้ำในแนวเหนือใต้ขนานกับเกาะไผ่ด้านตะวันออก (ละติจูด 10 องศา 15 ลิปดา 54 ฟิลิปดา เหนือ และ ลองติจูด 100 องศา 41 ลิปดา 27 ฟิลิปดา ตะวันออก ) เพื่อจัดทำเป็นอุทยานใต้ทะเล อันจะเป็นแหล่งอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเล แหล่ง ศึกษาระบบนิเวศและชีวภาพทางทะเล ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ
โครงการดังกล่าวข้างต้นนี้ นับเป็นหนึ่งในสิบของโครงการอุทยานใต้ทะเลเฉลิมพระเกียรคิเนื่องในโอกาสสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ 50 พรรษาฯ
วิธีการนำเรือครามลงตั้งแท่นใต้ทะเลนั้น ได้ใช้วิธีพ่นน้ำทะเลใส่ลงในเรือคราม ให้เรือค่อยๆจมลงที่ละน้อยๆ....
